เดือนตุลาคมต้องไป Autumn in Jordan สวมบทสาวอาหรับ ท่องเวลาแดนทะเลทราย

ถ้ามีใครมาชวนไปตะลุย Middle East เนี่ย เราว่าทุกคนต้องคิดแล้วคิดอีกแน่นอนว่าชั้นจะปลอดภัยมั้ย แล้วคนที่นั่นจะเป็นมิตรรึเปล่า แต่ด้วยความสวย unseen เราก็อยากจะไปยลโฉมดูซักครั้งอะนะ โอ๊ยปวดเฮ้ดเลยค่ะ! จริงๆ แล้วมันมีอยู่ประเทศนึงที่ ตอบโจทย์ทุกอย่าง แต่ทุกคนอาจมองข้ามไป ซึ่งก็คือ “Jordan” ประเทศสำคัญในประวัติพระเยซู สถาปัตยกรรมโรมัน ทะเลน้ำ ทะเลทราย นางมีพร้อม!!

ตุลาเดือนเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ หลายคนอาจยึดติดว่าต้องไปชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เบรคไว้ก่อนเลยค่ะเพราะทริปนี้เราอยากให้ชาว gossip ลองเปลี่ยนแนวกันที่แดนอาหรับ และที่ต้องมา Jordan ช่วงนี้ก็เพราะว่าอากาศดีย์มาก กลางวันอยู่ที่ประมาณ 20 องศา ส่วนกลางคืนก็จะหนาวๆ หน่อย ที่นี่มีที่เที่ยวลุยๆ กลางแจ้งเยอะ ถ้าเที่ยวช่วงอื่นเราจะหนาวสะท้าน หรือไหม้แดดแห้งเกรียมกันได้ ดังนั้นช่วงนี้เวิร์คสุด เจ้ขอเฟิร์มมม

ใครที่เริ่มสนใจแต่ยัง have no idea ว่าประเทศนี้มันมีอะไร ตามมาจ้ะ! ก่อนอื่นแลนด์ดิ้งกันมาทั้งที มันก็ต้องเที่ยวเมืองหลวงก่อนสิถึงจะถูก “Amman” ที่นอกจากจะเป็นเมืองที่ westernized มากที่สุดในตะวันออกกลางแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีการอยู่อาศัยของคนมานานที่สุดในโลกด้วยนะ ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือ ของใหม่ก็ทันสมัย และของเก่าเค้าก็รักษาไว้ดีสุดๆ เลย

ถนนร่ม!!

ต้องบอกว่าจอร์แดนนี่คือ Time capsule ของแท้เลย เพราะพาเราย้อนอดีตไปถึงเหง้าประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณหลายแห่ง เริ่มต้นด้วย Petra วิหารแกะสลักด้วยมือที่เที่ยวเด็ดที่เคยศูนย์หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลกนานนับศตวรรษเลย แต่นางก็กลับมาค่ะ หลังจากถูกค้นพบในปี 1812 และถูกตั้งให้เป็นมรดกโลก ความคูลของนางคือเป็นที่ถ่ายรูปที่เกร๋กู้ดมาก ยิ่งเวลาแดดจัดๆ จะเห็น Petra เป็นสีแดงส้ม burning red ใบไม้เปลี่ยนสีก็ใบไม้เปลี่ยนสีเถอะ มาเจอ Petra ซะก๊อนนนน

ดูความใหญ่ของนางซะก๊อนนนน คนจิ๋วไปเลย

Petra กลางคืน จุดเทียน ดาวเต็มฟ้า...

อีกที่ๆ มาจอร์แดนแล้วห้ามพลาดก็คือ “Al-Maghtas” อีกมรดกโลกที่เชื่อว่าพระเยซูมารับศีลล้างบาปที่นี่ล่ะ!!

รักษาไว้แบบสภาพเดิมสุดๆ ประทับใจเลย

เดินทางต่อมาสัมผัสอารยธรรมโรมันโบราณกันที่ Jerash เมืองโรมันที่ได้รับการอนุรักษ์แบบสมบูรณ์ที่สุดในโลก เรียกได้ว่าเที่ยวจอร์แดนที่เดียว เหมือนได้เที่ยวรอบโลกเลยแหละ

มา Middle East มันก็ต้องมาเหยียบทะเลทรายค่ะคุณขา ที่ “Wadi Rum” หรืออีกชื่อคือ Valley of Moon ที่ๆ เราต้องมาขี่อูฐหรือม้าเชื้อสายอาหรับกันซักครั้ง พร้อมพักที่ Bedouin guest camps เตนท์งามๆ หรูๆ ตกแต่งครบ ทานอาหาร grilled นอนดูดาวบนฟ้าคลีนๆ ได้อารมณ์เอาท์ติ้งแบบแขกสุดๆ

บริเวณแคมป์ มีเตนท์หรูหลายแบบให้เลือกเลย

พักห้องโดม วิวมันก็จะประมาณนี้ <3

พาชาว gossip ไปเจอ Sand แล้วต้องมาเจอ Sea ด้วยถึงจะครบรส ซึ่งทะเลที่ว่านี้ก็คือ “Dead Sea” ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเค็มมมมม เค็มกันยิ่งกว่าแม่ค้าเก็บค่าเช่าแผงในตลาด เค็มจนลงไปนอนลอยเฉยๆ ในน้ำได้โดยไม่จมเลยแหละ นอกจากการลอยตัวที่ทุกคนต้องลองแล้ว ที่นี่ยังมีของเด็ด ก็คือโคลน Dead Sea mud พร้อมแร่ธาตุเต็มเปี่ยมให้เราได้พอกผิวอัพสวยกลับบ้านกันแบบ head to toe

เค็มจนเกลือแกะขนาดนี้

ลอยตัวถ่ายรูปสวยๆ

พระอาทิตย์ตกที่ Dead Sea

นอกจาก Dead Sea แล้วก็ยังมี Red Sea นะ!! ที่อ่าว Aqaba ที่เชื่อมต่อด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจอร์แดนกับทะเลแดง เมืองทะเลที่เดียวของประเทศ ที่ๆ เราจะได้ว่ายน้ำชิลล์ๆ ชมประการังที่บอกเลยว่าสวยจริง! แถมที่นี่ยังมีรีสอร์ท 5 ดาว เพียบ ขึ้นชื่อว่าชาว gossip แล้ว จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงจ้า

Travel Gossip มีเมืองอื่นๆที่แนะนำให้คุณเที่ยวได้ทุกเดือน ตลอดปี 2018!

https://www.travelgossip.click/2018-12-months-12-cities/