ชีวิตนี้ต้องลอง ฝีมือ Chef ‘Paul Bocuse’ ผู้ครอง 3 Michelin Star ยาวนานที่สุดในโลก

ชีวิตนี้ต้องลอง ฝีมือ Chef ‘Paul Bocuse’ ผู้ครอง 3 Michelin Star ยาวนานที่สุดในโลก

50 ปีนี่ไม่ใช่สั้นๆเลยนะ โดยเฉพาะกับรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Michelin Star ที่แต่ละปีมีร้านอาหารมากมายทั้งฝึกฝนและเคี่ยวกรำบุคคลากรต่างๆเพื่อให้ได้ดาวมาประดับร้านซักดวง และการได้รับการติดดาว 3 Michelin Star มาทุกๆปีถึง 50 ปีนีมันต้องสุดยอดมากเลยแน่ๆ

และวันนี้เราขอพาชาว Gossip มาเยี่ยมชมร้านอาหารของเชฟที่ถูกขนานนามว่าเป็น “THE POPE OF MODERN FRENCH GASTRONOMY” กันเลย ร้าน Paul Bocuse ที่ตั้งตามชื่อเชฟเลย อยู่ในเมือง Lyon ประเทศฝรั่งเศส เชฟท่านนี้ไม่ธรรมดาเพราะเกิดและสืบทอดฝีมือมาจากต้นตระกูลเป็นร้อยๆปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โน่น และเชฟท่านนี้คือเชฟคนแรกที่ปฏิวัติวงการเชฟที่แต่เดิมเก็บตัวอยู่แต่ในครัว แล้วหันออกมาพบปะพูดคุยกับแขก จนเดี๋ยวนี้เชฟดังๆ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันไปแล้ว  แต่ที่เห็นจะต้องปรบมือให้รัวๆคือ พี่เค้ามีดาวมาประดับบารมีร้านเต็ม 3 ดวงมาตั้งแต่ปี 1965 เลยนะ โห…เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดและครองมาตรฐานมาได้นานที่สุดในวงการร้านอาหารติดดาวเลยทีเดียว!!!!!

www.luxeat.com

ด้วยการตกแต่งร้านที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโรงละครสไตล์บาโร้คของตึก Hôtel du Pont ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Auberge du Pont de Collonges หลังจากที่เชฟ Bocuse ได้ซื้อมาและตั้งร้านอาหารในชื่อของตัวเอง ร้าน Paul Bocuse ที่มีสถาปตยกรรมด้านหน้าร้านที่โดดเด่นสะดุดตาเรียกแขกซะขนาดนั้น ถึงใครไม่ได้เตรียมตัวมากินแต่ก็ต้องเดินมาดูกันบ้างแหละ

www.luxeat.com

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในที่ประดับด้วยของตกแต่งที่ไปด้วยกันได้ดีกับความหรูหราของอาหารฝรั่งเศส ซึ่งที่ก็เป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดนักชิมจากทั่วทุกมุมโลก(รวมถึงสาย Gossip อย่างเรา) ยิ่งทำให้อยากมาลิ้มลองฝีมือการทำอาหารฝรั่งเศสระดับพระกาฬในร้านอาหารสุดหรู

เดินชมความหรูหราอลังการดาวล้านดวงของร้านที่เป็นความใฝ่ฝันของเหล่านักชิมทั่วโลกแล้ว ก็มาถึง 5  Star dishes เมนูติดดาวที่เราพราวด์ลี่พรีเซนท์ ท๊าดา..สิ่งที่คุณจะเห็นต่อไปนี้ ต้องสั่ง!!!!!!!!!

1. Black Truffle Soup VGE (Valéry Giscard d’Estaing)

เริ่มต้นกันที่เมนูนี้สร้างขึ้นสำหรับพระราชวัง Elysée เนื่องในโอกาสการได้รับนำเสนอชื่อ Knight of the Legion of Honour ให้กับ Paul Bocuse โดยประธานาธิบดี Valéry Giscard d’Estaing เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1975 โดยเชฟ Bocuse ได้อธิบายว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจในช่วงเวลาสุดพิเศษนี้จาก 2 สูตรอาหารด้วยกัน อย่างแรกคือ “ซุปไก่และเนื้อวัวปรุงรสด้วยทรัฟเฟิลขูด” ซึ่งเขาก็ได้ไปลองชิมกับเกษตรกรในเมือง Ardèche ด้วยตัวเอง และอย่างที่สองคือ “ทรัฟเฟิลห่อแป้งพัฟในรูปแบบของพายไก่” ที่เชฟ Paul Haeberlin ทำให้เชฟใหญ่ของเราทานที่ Alsace

2. Sea Bass stuffed in Puff Pastry Shell, Choron sauce

เห็นด้านนอกเป็นขนมปังรูปปลาแบบนี้ เชื่อมั๊ยว่าด้านในน่ะมีปลาอยู่จริง ๆ อยู่นะคู๊ณณณณ! แป้งกรุบกรอบที่ห่อปลากะพงไว้ ช่วยรักษาความนุ่มนวล รสชาติและกลิ่นหอม ๆ เอาไว้ เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ดิชของ Paul Bocuse

3. Bresse Chicken Truffled cooked in a Bladder ‘à la Mère Fillioux’

ไก่ยัดไส้ทรัฟเฟิลไว้ใต้ผิวหนังและปรุงสุกในกระเพาะปัสสาวะของหมูที่ถูกปรุงจนไม่มีกลิ่นเลย มาพร้อมรูปร่างกลมพองและกลิ่นที่หอมจนแทบอดใจไว้ไม่ได้ แบ่งเสิร์ฟเป็น 2 ส่วนคือส่วนอกและส่วนขา และเหตุผลที่เสิร์ฟพร้อมกันไม่ได้น่ะเหรอ เชฟ ฝากGossip มาบอกว่าเพราะทางร้านต้องการรักษาอุณหภูมิของอาหารไว้ให้ร้อนอยู่เสมอตลอดการรับประทานของคุณลูกค้าจ้า

4. FILET OF SOLE ‘À LA FERNAND POINT’

อันนี้หน้าตาsimple แต่รสชาติเด็ดดวง แถมยังเป็นเมนู tribute อีกด้วย เพราะเป็นเมนูที่เชฟ Bocuse ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจานคลาสสิคของ Fernand Point กับเนื้อฟิลเลต์ที่สุกกำลังดี เสิร์ฟบนเส้นพาสต้า Tagliatelli, มะเขือเทศสดสับ และเห็ดที่ผัดในไวท์ไวน์ ทั้งหมดถูกราดทับด้วยซอส Hollandaise จากนั้นกริลล์ต่อบนตะแกรงซาลาแมนเดอร์ เพื่อให้ได้สีสันที่น่าทานและกลิ่นหอม ๆ ที่ได้จากการกริลล์  นี่นั่งเขียนไปยังรู้สึกกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อกริลล์เล้ยยย

5. Red Mullet dressed in Crusty Potato Scales

เมนูสุดท้ายนี้เราขอ Gossip เลยว่า เป็นจานที่เรียกได้ว่ามีความละเอียดอ่อนมาก เนื้อปลาที่สุกกำลังดีราดด้วยซอสครีมที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ ให้รสสัมผัสที่ลึกซึ้ง และมันฝรั่งที่ทอดกร๊อบกรอบและจัดเรียงมาในจานสุดพิถีพิถัน จนต้องขอยก 2 นิ้วให้เลย

ยังไม่หมดแค่นี้นะ แหมก็ประสบการณ์และชื่อเสียงของร้านที่มีรางวัล Michelin Star การันตีขนาดนี้…จานอื่น ๆ ก็เลื่องลือถึงความอร่อยไม่แพ้กัน…

และ ก่อนเซย์กู๊ดบาย Gossip ก็ไปหารูปสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เห็นกับเบื้องหลังความอร่อยของทุกจานกันถึงก้นครัวของร้านอาหาร Paul Bocuse ที่ขึ้นชื่อว่าครอง 3 Michelin Star ได้นานที่สุดในโลก

จะว่าไปแล้วเหล่าบรรดาหนุ่มๆที่อยู่ในครัว ก็ดูหล่อและมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อมีแววตาที่มุ่งมั่น พร้อมความทะมัดทะแมงเวลาจับเครื่องครัว แถมรสมือยังดีขนาดนี้ เราก็อดเผลอใจให้ไม่ได้เหมือนกันนะ

ว่ากันว่าอาหารนั้นบ่งบอกถึงวัฒนธรรมได้ดี และการได้สัมผัสอาหารดี ๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศนี่ก็เป็นเหมือนการชิมวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ไปด้วย ครั้งหน้าที่ไปเที่ยวฝรั่งเศส ต้องหาวันว่างอย่างน้อยซักวันไปเมือง Lyon เพื่อลิ้มรสอาหารจากตำนานที่มีลมหายใจอย่างเชฟ Paul Bocuse ล่ะ!