[Update] เตรียมตัวก่อนไปเมาที่ Oktoberfest เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอะไรน่าโดนบ้าง มาดูกัน!

[Update] เตรียมตัวก่อนไปเมาที่ Oktoberfest เทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอะไรน่าโดนบ้าง มาดูกัน!

ขอซักครั้งในชีวิตที่ได้ไปเมาหัวทิ่ม สุดเหวี่ยงที่เมืองนอกเมืองนา ในเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Oktoberfest ที่ Munich ประเทศเยอรมนี ใส่ชุดสาวน้อย traditional ไปไล่ชิมเบียร์เยอรมัน ท่ามกลางวิว(ผู้ชาย)ที่ดีต่อใจเป็นที่สุด ลองทำตัวเป็นซินเดอร์เรลล่า หยิบแก้วชนไปชนไปแล้วเธอก็หาย…ไปลองเบียร์เตนท์อื่น พูดมาขนาดนี้ อยากรู้ล่ะสิว่าต้องเตรียมตัวยังไง และเค้ามีอะไรเด็ด ๆ ที่ต้องไปโดนบ้าง ปะ ไปดูกัน!

1. อย่าพลาดพิธีเปิด

คือมันน่าตื่นเต้นนะถ้าได้ไปร่วมอะไรตั้งแต่แรกเริ่ม ยิ่งเทศกาลเบียร์ ถ้าไปแต่แรกก็คือได้ไปสตาร์ทพร้อมคนอื่น ๆ แล้วก็เมาไปด้วยกันยันจบงาน ซึ่งเราจะไปดักรองาน Oktoberfest นี้ตั้งแต่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการกันเลย ซึ่งในปี 2017 เวลาเที่ยงตรง ที่เตนท์ Schottenhamel นายกเทศมนตรีเมืองมิวนิคจะให้เกียรติเปิดถังเบียร์ถังแรกของงาน หลังจากนั้นก็เมากันได้เต็มที่! เค้าบอกมาว่านักท่องเที่ยวควรไปตั้งแต่ 9 โมงนะ จะได้ที่นั่งดี ๆ ก็มันคือ One time thing อะเนอะ

2. รู้ข้อมูลพื้นฐานและตารางเวลาไว้ จะได้ไม่โป๊ะ

     เวลาเสิร์ฟเบียร์

  • วัน Opening Day เที่ยงวัน – 22.30 น.
  • วันธรรมดา 10.00 น. – 10.30 น.
  • วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดอื่นๆ 09.00 น. – 10.30 น.
  • เวลาปิด 00.30 น. สำหรับ ‘Käfers Wiesnschänke’ และ 1.00 น. สำหรับ ‘Weinzelt’

เวลาเปิดร้านค้า

  • วัน Opening Day 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันจันทร์-พฤหัสบดี 10.00 น. – 23.30 น.
  • วันศุกร์ 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันเสาร์ 9.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันอาทิตย์ 9.00 น. – 23.30 น.
  • *ของฝาก เสื้อผ้าพื้นเมือง และแก้ว mug สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่าน Oktoberfest.de Shop.

Fairground & เครื่องเล่น

  • วัน Opening Day เที่ยงวัน – เที่ยงคืน
  • วันจันทร์-พฤหัสบดี 10.00 น. – 23.30 น.
  • วันศุกร์-เสาร์ 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันอาทิตย์ 10.00 น. – 23.30 น.

2. รู้ข้อมูลพื้นฐานและตารางเวลาไว้ จะได้ไม่โป๊ะ

     เวลาเสิร์ฟเบียร์

  • วัน Opening Day เที่ยงวัน – 22.30 น.
  • วันธรรมดา 10.00 น. – 10.30 น.
  • วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดอื่นๆ 09.00 น. – 10.30 น.
  • เวลาปิด 00.30 น. สำหรับ ‘Käfers Wiesnschänke’ และ 1.00 น. สำหรับ ‘Weinzelt’

เวลาเปิดร้านค้า

  • วัน Opening Day 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันจันทร์-พฤหัสบดี 10.00 น. – 23.30 น.
  • วันศุกร์ 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันเสาร์ 9.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันอาทิตย์ 9.00 น. – 23.30 น.
  • *ของฝาก เสื้อผ้าพื้นเมือง และแก้ว mug สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่าน Oktoberfest.de Shop.

Fairground & เครื่องเล่น

  • วัน Opening Day เที่ยงวัน – เที่ยงคืน
  • วันจันทร์-พฤหัสบดี 10.00 น. – 23.30 น.
  • วันศุกร์-เสาร์ 10.00 น. – เที่ยงคืน
  • วันอาทิตย์ 10.00 น. – 23.30 น.

นี่เป็นรายชื่อเตนท์ทั้งหมดในงาน และเปรียบเทียบราคาเบียร์ปี 2016-17

3. นั่งช้งช้าสวรรค์สุดอลัง

เปลี่ยนเตนท์ชิมเบียร์พอกึ่ม ๆ เที่ยวชมบรรยากาศงานแบบภาคพื้นดินแล้ว ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นภาคพื้นอากาศบ้าง ด้วยวิธีชมทั้งงาน Oktoberfest แบบคลาสสิคอย่างการนั่งชิงช้าสวรรค์ ได้อารมณ์เก่า ๆ ย้อนเวลานิด ๆ แบบเวลาเราไปนั่งชิงช้าสวรรค์ที่เพลินวานหัวหิน ซึ่งชาวบ้านเค้า gossip มาว่า ขึ้นตอนพระอาทิตย์กำลังตกดินนี่ได้อารมณ์มาก โรแมนติคสุด ๆ ทั้งท้องฟ้าสีส้มอมชมพู บวกกับแสงไฟครึกครื้นในงานด้านล่าง ขึ้นไปนั่งเหงา ๆ คนเดียวก็ยังฟินอะ

4. กินแอลมอนด์คั่วสด ๆ

นอกเหนือจากการทานของคาวแกล้มเบียร์แล้ว Okteberfest ก็มีของหวานไว้ให้เราทานเร่งเมาด้วยอย่างพวกสายไหมฟู ๆ หรือผลไม้เคลือบช็อคโกแลต แต่อาหารที่เค้า gossip มาว่า iconic สุด ๆ ของงานก็คือแอลมอนด์คั่วหอม ๆ นี่แหละ คือดีย์ ใครไปต้องลอง

5. ชมวิวที่รูปปั้นเทพีบาวาเรีย

ใครไป Oktoberfest นี่ต้องไปเยี่ยมนางนะ เพราะนางคือเทพีผู้อุปถัมภ์ที่คอยดูแลงานนี้มาตั้งแต่ปี 1850 ก็เกือบ ๆ  170 ปีแล้วแหละ ซึ่งงานของเราก็ง่าย ๆ แค่ขึ้นไปบันไดไปชิว ชมวิวงานเบียร์เคียงบ่าเคียงไหล่นาง หรือถ้าใครใฝ่ฝันอยากลองชมงาน Oktoberfest ในมุมเดียวกับบาวาเรีย Well, YOU CAN! เพราะด้านในรูปปั้นมีบันไดสูงขึ้นไปจนถึงส่วนหัวของบาวาเรียเลย พวกเธอก็จะได้ชมงานฟิน ๆ จากสายตาของเทพเจ้าแหละ อะ ฟังดูแกรนด์ไปอีก

6. Oide Wiesn ไม่ไปคือพลาด

จริง ๆ เตนท์นี้ตั้งใจจัดขึ้นในปีที่ 200 ของ Oktoberfest (ปี 2010) เท่านั้น แต่เพราะงานมันปังมากก็เลยเกิดเป็นความป๊อปโดยถาวร และจัดขึ้นทุกปีหลังจากนั้น โดย Oide Wiesn จะอยู่ทางใต้ของบริเวณงาน เบรคความปาร์ตี้ มาช่วง tradition กันบ้าง ทั้งคอสตูม ดนตรี อาหารพื้นเมืองมิวนิค และไรด์แปลก ๆ

เปิดทุกวันเวลา 10.00-22.00 (Last drinks เวลา 21.30)

ค่าเข้าชม 3

7. ไปเสีย “หัว” ที่ Schichtl’s

Schichtl’s มีโชว์ที่เป็นไฮไลท์ของ Oktoberfest ตั้งแต่ปี 1869 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “มายากลตัดหัว” ที่เปิดให้แขกได้ลองหัวขาดดู ซึ่งเค้าจะต่อหัวกลับให้ตอนจบโชว์ จะได้ไปกินเบียร์ต่อได้เนอะ

1€ ต่อ 1 ไรด์

8. เอาชีวิตรอดที่ Devil’s Wheel

Teufelsrad หรือ Devil’s Wheel อีกหนึ่งเครื่องเล่น Traditional สุดคลาสสิคอีกที่ของ Oktoberfest ตั้งแต่ปี 1910 ที่ดูเผิน ๆ คงไม่น่าสนใจ แต่ความจริงมันป๊อปมากกกก ทั้งในหมู่คนเยอรมันและนักท่องเที่ยว อารมณ์เหมือนแข่งเกมส์ survival แบบง่าย แค่เอาตัวเองอยู่ตรงกลางวงปั่นให้ได้นานที่สุด (โดยที่ต้องโดนมีลูกบอลกระแทก เชือกดึงขา และเสียงเชียร์ของคนเป็นร้อย) ใครอยากลองเล่นเค้าก็ welcome มาก ๆ

9. ให้ Gingerbread heart หนุ่มที่แอบปิ๊ง

ขนมปังผิงรูปหัวใจอันใหญ่ที่มีข้อความเขียนอยู่ตั้งแต่บอกรัก ไปจนถึงคำ greetings ชิล ๆ ของ traditional สุด ๆ ของ Oktoberfest ซึ่งพวกเธออ่านถูกแล้วล่ะ ขนมปังอันนี้เค้ามีไว้ให้ เล็งหนุ่มคนไหนไว้ก็เอาไปให้ได้เลย อาจจะมีโชคได้ควงหนุ่มเยอรมันกลับบ้านนะจ๊ะ (ขอ gossip ว่าที่เค้าไม่กินกันเพราะ เค้าจะเก็บเอาไว้จนมันแหลกสลายไปเอง เอ้า ก๊าวใจไปอี๊กกกก > <)

10. สะสมแก้ว mug

แต่ละปีจะมีการออกแบบแก้ว mug ลายใหม่มาตลอด ถือเป็นของที่ระลึกสุดสเปเชี่ยลที่ซื้อได้ในปีที่ตัวเองไป

สุดท้ายนี้เราแอบแถมให้ว่า Oktoberfest ปี 2018 จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กันยายน – 7 ตุลาคม จ้า ดีงามมากกับการคอนเฟิร์มเวลาเร็ว สมกับความเป็นเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ทุกคนใฝ่ฝัน ให้เราได้เตรียมเก็บเงิน จองตั๋ว และแพลนทริปเที่ยวกันแต่เนิ่น ๆ เลย

Source: https://www.oktoberfest.de